จับตา Bitcoin ยืนระยะเหนือ $67,000 ท่ามกลางวิกฤตตะวันออกกลาง นักวิเคราะห์ชี้เป้าถัดไป $74,000

Posted about 20 hours ago by Application Support

  • Topic is Locked
Application Support
Application Support Admin

ตลาดคริปโทเคอร์เรนซีแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งอย่างน่าประหลาดใจในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยราคา Bitcoin (BTC) สามารถประคองตัวและหลีกเลี่ยงการทรุดตัวรุนแรง แม้จะมีความตึงเครียดทางการเมืองในตะวันออกกลางพุ่งสูงขึ้นจากการโต้ตอบระหว่างอิหร่านและอิสราเอล


สถานการณ์ตลาดปัจจุบัน

ขณะนี้ราคา Bitcoin เคลื่อนไหวอยู่แถวระดับ $67,000 หลังจากผ่านพ้นช่วงเวลาแห่งความผันผวนรุนแรงมาได้ นักลงทุนทั่วโลกกำลังจับตามองว่าตลาดการเงินดั้งเดิม (TradFi) จะมีการตอบสนองอย่างไรเมื่อเปิดทำการ โดยในเบื้องต้นตลาดฟิวเจอร์สของหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวลดลงไปแล้วประมาณ 0.65%


Michaël van de Poppe นักวิเคราะห์ชื่อดัง ให้ความเห็นว่าปฏิกิริยาเริ่มต้นของตลาดคริปโทฯ ถือเป็น "เชิงบวก" อย่างไรก็ตาม เขายังคงระมัดระวังเรื่องช่องว่างราคา (CME Gap) ที่ระดับ $65,880 และย้ำว่า BTC จำเป็นต้องยืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ย 21 วัน ($67,627) ให้ได้เพื่อยืนยันการฟื้นตัวอย่างเต็มตัวในเดือนมีนาคมและเมษายนนี้


มุมมองนักวิเคราะห์: เป้าหมายใหม่ที่ $74,000

แม้จะมีความไม่แน่นอนสูง แต่นักเทรดหลายรายเริ่มมีมุมมองที่เป็นบวก (Bullish) มากขึ้น:

  • BitBull: ระบุว่ากราฟระยะสั้นดูดีมาก หลังจากสามารถเปลี่ยนแนวต้านให้กลายเป็นแนวรับได้สำเร็จ โดยคาดการณ์ว่าอาจเห็นการพุ่งทะยานไปสู่ระดับ $73,000 - $74,000
  • Crypto Caesar: ประเมินว่าตลาดได้รับรู้ข่าวสาร (Priced in) ความไม่สงบไปล่วงหน้าแล้ว ทำให้แรงเทขายไม่รุนแรงอย่างที่คิด และคาดว่าราคาจะเคลื่อนที่ออกข้าง (Sideways) ในช่วงไม่กี่วันข้างหน้า


ปัจจัยเสี่ยงใหม่: ราคาน้ำมันและเงินเฟ้อสหรัฐฯ

ประเด็นที่น่ากังวลที่สุดในขณะนี้ไม่ใช่เพียงแค่กราฟราคา แต่คือผลกระทบลูกโซ่จากการที่อิหร่านขู่ปิด ช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญของโลก


"หากราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นจากการปิดช่องแคบ อาจส่งผลให้ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของสหรัฐฯ กระโดดกลับไปแตะระดับ 5% อีกครั้ง" — The Kobeissi Letter อ้างอิงงานวิจัยจาก JPMorgan

หากตัวเลขเงินเฟ้อพุ่งสูงขึ้นตามคาด อาจบีบให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ต้องคงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูงต่อไป ซึ่งจะกลายเป็นแรงกดดันต่อสินทรัพย์เสี่ยงรวมถึง Bitcoin ในระยะยาว


สรุปสถานการณ์: แม้ Bitcoin จะรอดพ้นจาก "Black Swan" ในช่วงสุดสัปดาห์มาได้ แต่ทิศทางถัดไปขึ้นอยู่กับว่าความขัดแย้งในตะวันออกกลางจะบานปลายจนกระทบราคาพลังงานและนโยบายการเงินของสหรัฐฯ มากน้อยเพียงใด


Disclaimer

  • ข้อมูลนี้เป็นข้อมูลที่มีการเปิดเผยต่อสาธารณะ และเป็นข้อมูลที่อาจเชื่อได้ว่ามีความน่าจะเชื่อถือ แต่ทั้งนี้ บริษัทมิได้ยืนยันหรือรับรองถึงความถูกต้องหรือความสมบูรณ์ของข้อมูลดังกล่าวแต่อย่างใด ข้อความตามบทความนี้ เป็นข้อเท็จจริง และ/หรือ ความคิดเห็นของเจ้าของบทความ ณ วันที่แสดงผลในช่องทางที่บริษัทกำหนดเท่านั้น ซึ่งข้อเท็จจริงหรือความคิดเห็นดังกล่าวอาจเปลี่ยนแปลงได้ภายหลังจากวันที่บทความนี้ถูกเผยแพร่ออกไป บริษัทจึงใคร่ขอให้ผู้อ่านศึกษาข้อมูลอย่างรอบด้านเพื่อให้มีข้อมูลเพียงพอต่อการประกอบการตัดสินใจที่ดียิ่งขึ้น
  • ข้อมูลตามบทความฉบับนี้ที่บริษัทได้จัดให้มีการเผยแพร่นั้นไม่มีผลผูกพันต่อบริษัทแต่อย่างใด บริษัทเพียงนำข้อมูลมาแสดงเพื่อให้นักลงทุนสามารถใช้เพื่อประกอบการตัดสินใจได้ดียิ่งขึ้น ดังนั้น นักลงทุนจึงควรใช้ดุลพินิจในการพิจารณาตัดสินใจก่อนการลงทุนด้วยตนเอง
  • การซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลมีความเสี่ยงสูงที่อาจก่อให้เกิดผลขาดทุนอย่างมีนัยสำคัญ จึงไม่เหมาะสมกับนักลงทุนทุกคน ทั้งนี้ ก่อนการตัดสินใจซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล ท่านควรพิจารณาถึงฐานะทางการเงิน วัตถุประสงค์ในการลงทุน ประสบการณ์ในการลงทุนของท่าน ตลอดจนความเสี่ยงที่ท่านสามารถยอมรับได้อย่างรอบคอบ เนื่องจากมีความเป็นไปได้ที่ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนทั้งหมด ท่านควรพิจารณาถึงความเสี่ยงทั้งหมดที่อาจเกิดขึ้นจากการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล และท่านควรตัดสินใจลงทุนด้วยตนเอง


รายงาน: ihatetruffles

เรียบเรียง: ihatetruffles

อ้างอิง:https://cointelegraph.com/news/bitcoin-traders-eye-iran-reactions-oil-sparks-us-5-inflation-forecast

0 Votes


0 Comments