"Novogratz" มั่นใจ! ร่าง กม. CLARITY Act ผ่านภายในพฤษภาคมนี้ เชื่อเปิดประตูเศรษฐกิจสหรัฐฯ สู่คนทั่วโลก 5.5 พันล้านคน

Posted about 7 hours ago by Application Support

  • Topic is Locked
Application Support
Application Support Admin

Mike Novogratz ซีอีโอของ Galaxy Digital ออกมาแสดงความเชื่อมั่นว่าร่างกฎหมาย CLARITY Act ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างความชัดเจนด้านกฎระเบียบให้แก่ตลาดคริปโทฯ ในสหรัฐฯ จะผ่านการพิจารณาภายในเดือนพฤษภาคมนี้ พร้อมคาดการณ์ว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะลงนามบังคับใช้ได้ในช่วงเดือนมิถุนายน


ไทม์ไลน์สำคัญ: จากสภาสู่โต๊ะทำงานประธานาธิบดี

Novogratz ให้สัมภาษณ์ในรายการพอดแคสต์ร่วมกับ Anthony Scaramucci ผู้ก่อตั้ง SkyBridge Capital โดยระบุว่าสัปดาห์แรกของเดือนพฤษภาคมจะเป็นช่วงเวลาสำคัญที่ร่างกฎหมายนี้จะเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการ


"เรื่องนี้กำลังจะเสร็จสิ้น และน่าจะเรียบร้อยในเดือนพฤษภาคมนี้ ผมคาดว่าต้นเดือนหน้าจะเข้าสู่ชั้นคณะกรรมการ และหลังจากนั้นไม่นาน ทรัมป์จะลงนามในเดือนมิถุนายน" Novogratz กล่าวอย่างมั่นใจ


เขายังย้ำว่ากฎหมายฉบับนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อทั้งพรรคเดโมแครตและรีพับลิกัน หลังจากที่อุตสาหกรรมคริปโทฯ ต้องผิดหวังมาตลอดสัปดาห์เนื่องจากคณะกรรมการการธนาคารวุฒิสภาไม่ได้กำหนดการพิจารณาตามที่หลายฝ่ายคาดหวัง


เปลี่ยนโลกการเงิน: จาก SpaceX สู่เด็กในภูฏาน

หัวใจสำคัญของ CLARITY Act ตามมุมมองของ Novogratz คือการทำให้สินทรัพย์ขนาดใหญ่อย่างหุ้นของ SpaceX หรือ Google สามารถทำเป็นโทเคน (Tokenized) และขายให้แก่ผู้คนทั่วโลกได้


เขามองว่านี่คือการทลายกำแพงทางการเงินสำหรับคนกว่า 5.5 พันล้านคนจากประชากรโลก 8.5 พันล้านคนที่ปัจจุบันยังไม่สามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์ทางการเงินของสหรัฐฯ ได้

  • "สมาร์ทโฟนเพียงเครื่องเดียวที่มี Crypto Wallet จะกลายเป็นเครื่องมือให้เด็กๆ ในภูฏาน บอตสวานา โบลิเวีย หรือปารากวัย เข้ามามีส่วนร่วมในเศรษฐกิจอเมริกาได้"


ความท้าทายและเสียงค้าน: 50/50 หรือโอกาสสุดท้าย?

แม้ Novogratz จะมองโลกในแง่ดี แต่ภายใน Galaxy Digital เองกลับมีความเห็นที่ระมัดระวังกว่า โดย Alex Thorn หัวหน้าฝ่ายวิจัยของบริษัท ประเมินโอกาสที่กฎหมายจะผ่านในปี 2026 ไว้เพียง 50% เท่านั้น


ประเด็นที่น่าจับตามอง:

  • ข้อพิพาทเรื่อง Stablecoin: ธนาคารพาณิชย์กังวลว่าผลตอบแทนจาก Stablecoin จะเข้ามาแย่งส่วนแบ่งการตลาดและบั่นทอนขีดความสามารถทางการแข่งขันของธนาคาร
  • เส้นตายของวุฒิสมาชิก: Cynthia Lummis เตือนว่านี่คือ "โอกาสสุดท้าย" จนกว่าจะถึงปี 2030 หากไม่ผ่านตอนนี้ สหรัฐฯ อาจสูญเสียสถานะผู้นำทางการเงินให้แก่ประเทศอื่น


การผ่านร่างกฎหมาย CLARITY Act ถูกมองว่าเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาครั้งใหญ่ที่จะดึงดูดนวัตกรรมและบริษัทคริปโทฯ ให้กลับมายังสหรัฐฯ อีกครั้ง หลังจากที่หลายบริษัทตัดสินใจย้ายฐานทัพออกไปในช่วงรัฐบาลไบเดนเนื่องจากขาดความชัดเจนทางกฎหมาย

Disclaimer

  • ข้อมูลนี้เป็นข้อมูลที่มีการเปิดเผยต่อสาธารณะ และเป็นข้อมูลที่อาจเชื่อได้ว่ามีความน่าจะเชื่อถือ แต่ทั้งนี้ บริษัทมิได้ยืนยันหรือรับรองถึงความถูกต้องหรือความสมบูรณ์ของข้อมูลดังกล่าวแต่อย่างใด ข้อความตามบทความนี้ เป็นข้อเท็จจริง และ/หรือ ความคิดเห็นของเจ้าของบทความ ณ วันที่แสดงผลในช่องทางที่บริษัทกำหนดเท่านั้น ซึ่งข้อเท็จจริงหรือความคิดเห็นดังกล่าวอาจเปลี่ยนแปลงได้ภายหลังจากวันที่บทความนี้ถูกเผยแพร่ออกไป บริษัทจึงใคร่ขอให้ผู้อ่านศึกษาข้อมูลอย่างรอบด้านเพื่อให้มีข้อมูลเพียงพอต่อการประกอบการตัดสินใจที่ดียิ่งขึ้น
  • ข้อมูลตามบทความฉบับนี้ที่บริษัทได้จัดให้มีการเผยแพร่นั้นไม่มีผลผูกพันต่อบริษัทแต่อย่างใด บริษัทเพียงนำข้อมูลมาแสดงเพื่อให้นักลงทุนสามารถใช้เพื่อประกอบการตัดสินใจได้ดียิ่งขึ้น ดังนั้น นักลงทุนจึงควรใช้ดุลพินิจในการพิจารณาตัดสินใจก่อนการลงทุนด้วยตนเอง
  • การซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลมีความเสี่ยงสูงที่อาจก่อให้เกิดผลขาดทุนอย่างมีนัยสำคัญ จึงไม่เหมาะสมกับนักลงทุนทุกคน ทั้งนี้ ก่อนการตัดสินใจซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล ท่านควรพิจารณาถึงฐานะทางการเงิน วัตถุประสงค์ในการลงทุน ประสบการณ์ในการลงทุนของท่าน ตลอดจนความเสี่ยงที่ท่านสามารถยอมรับได้อย่างรอบคอบ เนื่องจากมีความเป็นไปได้ที่ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนทั้งหมด ท่านควรพิจารณาถึงความเสี่ยงทั้งหมดที่อาจเกิดขึ้นจากการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล และท่านควรตัดสินใจลงทุนด้วยตนเอง


รายงาน: ihatetruffles

เรียบเรียง: ihatetruffles

อ้างอิง:https://cointelegraph.com/news/us-clarity-act-will-get-done-in-may-says-mike-novogratz

0 Votes


0 Comments