สรุปประเด็นร้อนคริปโทฯ จาก Davos 2026: เมื่อการเมืองโลกและเสถียรภาพทางการเงินมาบรรจบกัน

โพสต์แล้ว ประมาณ 7 ชั่วโมง ที่ผ่านมา โดย Application Support

  • หัวข้อถูกล็อค
Application Support
Application Support ผู้ดูแลระบบ

การประชุมดาวอสในปีนี้ คริปโทฯ ไม่ใช่เพียงหัวข้อรองอีกต่อไป แต่ได้กลายเป็นประเด็นยุทธศาสตร์ที่มหาอำนาจและธนาคารกลางต่างให้ความสำคัญ โดยมีไฮไลท์สำคัญที่น่าสนใจดังนี้:


1. "ทรัมป์" ดันสหรัฐฯ สู่เมืองหลวงคริปโทฯ โลก

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ใช้เวทีนี้ย้ำเป้าหมายในการทำให้สหรัฐฯ เป็นศูนย์กลางคริปโทฯ ของโลก โดยเขามองว่าการออกกฎหมายควบคุมคริปโทฯ (เช่น ร่างกฎหมาย CLARITY Act) ไม่ใช่แค่เรื่องเศรษฐกิจ แต่เป็น "การแข่งขันทางภูมิรัฐศาสตร์"

  • เขากังวลว่าหากสหรัฐฯ ไม่เร่งวางกฎเกณฑ์ จีนจะก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำในเทคโนโลยีนี้แทน
  • ทรัมป์คาดว่าจะลงนามในกฎหมายที่เกี่ยวกับโครงสร้างตลาดคริปโทฯ "เร็วๆ นี้" แม้ว่าปัจจุบันร่างกฎหมายจะยังติดขัดในสภาเนื่องจากยักษ์ใหญ่อย่าง Coinbase ถอนการสนับสนุนชั่วคราวเพื่อขอปรับปรุงเนื้อหา


2. การปะทะคารมระหว่าง "Coinbase" และ "ธนาคารกลางฝรั่งเศส"

หนึ่งในโมเมนต์ที่ถูกแชร์มากที่สุดคือการถกเถียงเรื่อง "อำนาจอธิปไตยทางการเงิน"

  • ฝั่งคริปโทฯ: Brian Armstrong (CEO ของ Coinbase) เปรียบ Bitcoin ว่าเป็น "มาตรฐานทองคำยุคใหม่" ที่ไม่มีใครควบคุมได้ และช่วยตรวจสอบการใช้จ่ายเกินตัวของรัฐบาล
  • ฝั่งธนาคารกลาง: François Villeroy de Galhau (ผู้ว่าการธนาคารกลางฝรั่งเศส) โต้กลับว่า "เงินคืออธิปไตย" การปล่อยให้ระบบเอกชนควบคุมเงินถือเป็นการทำลายประชาธิปไตย และเขายังกังวลว่า Stablecoin ที่ให้ดอกเบี้ยอาจทำลายระบบธนาคารแบบดั้งเดิม


3. การกลับมาของ Binance และ CZ

  • Binance: Richard Teng (CEO คนปัจจุบัน) แย้มว่าบริษัทกำลังพิจารณาโอกาสในการกลับไปบุกตลาดสหรัฐฯ อีกครั้งแบบ "Wait and See"
  • CZ (Changpeng Zhao): อดีต CEO ที่เพิ่งได้รับการอภัยโทษจากทรัมป์ ก็ปรากฏตัวในงานนี้ด้วย โดยเขาเน้นย้ำว่า Tokenization (การแปลงสินทรัพย์ในโลกจริงเป็นโทเคน) คืออนาคต และเขากำลังคุยกับรัฐบาลกว่า 10 แห่งเพื่อนำสินทรัพย์ของรัฐมาทำ Tokenize เพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ


4. Circle โต้ข่าวลือ "Stablecoin ทำแบงก์ล่ม"

Jeremy Allaire (CEO ของ Circle ผู้พ่วงตำแหน่งผู้ออก USDC) ปฏิเสธความกังวลที่ว่า Stablecoin จะทำให้คนแห่ถอนเงินออกจากธนาคาร (Bank Run) ว่าเป็นเรื่อง "ไร้สาระสิ้นดี"

  • เขาเปรียบเทียบกับกองทุนรวมตลาดเงิน (Money Market Funds) ที่มีมูลค่าสูงถึง 11 ล้านล้านดอลลาร์ แต่ก็ไม่ได้ทำให้ระบบธนาคารพังทลาย
  • เขามองว่า Stablecoin จะเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญสำหรับ "เอเจนต์ AI" นับพันล้านตัวในอนาคตที่ต้องการระบบชำระเงินอัตโนมัติ


บทสรุป: ภาพลักษณ์ใหม่ในปี 2026

จากเดิมที่คริปโทฯ ถูกมองว่าเป็นเครื่องมือเก็งกำไร ในปี 2026 นี้คริปโทฯ ถูกยอมรับในฐานะ "โครงสร้างพื้นฐานทางการเงิน" และ "อาวุธทางยุทธศาสตร์" แม้ว่าความเห็นระหว่างฝั่งสหรัฐฯ (ที่เน้นการแข่งขัน) และฝั่งยุโรป (ที่เน้นการควบคุมและอธิปไตย) จะยังคงแตกต่างกันอย่างชัดเจน


Disclaimer

  • ข้อมูลนี้เป็นข้อมูลที่มีการเปิดเผยต่อสาธารณะ และเป็นข้อมูลที่อาจเชื่อได้ว่ามีความน่าจะเชื่อถือ แต่ทั้งนี้ บริษัทมิได้ยืนยันหรือรับรองถึงความถูกต้องหรือความสมบูรณ์ของข้อมูลดังกล่าวแต่อย่างใด ข้อความตามบทความนี้ เป็นข้อเท็จจริง และ/หรือ ความคิดเห็นของเจ้าของบทความ ณ วันที่แสดงผลในช่องทางที่บริษัทกำหนดเท่านั้น ซึ่งข้อเท็จจริงหรือความคิดเห็นดังกล่าวอาจเปลี่ยนแปลงได้ภายหลังจากวันที่บทความนี้ถูกเผยแพร่ออกไป บริษัทจึงใคร่ขอให้ผู้อ่านศึกษาข้อมูลอย่างรอบด้านเพื่อให้มีข้อมูลเพียงพอต่อการประกอบการตัดสินใจที่ดียิ่งขึ้น
  • ข้อมูลตามบทความฉบับนี้ที่บริษัทได้จัดให้มีการเผยแพร่นั้นไม่มีผลผูกพันต่อบริษัทแต่อย่างใด บริษัทเพียงนำข้อมูลมาแสดงเพื่อให้นักลงทุนสามารถใช้เพื่อประกอบการตัดสินใจได้ดียิ่งขึ้น ดังนั้น นักลงทุนจึงควรใช้ดุลพินิจในการพิจารณาตัดสินใจก่อนการลงทุนด้วยตนเอง
  • การซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลมีความเสี่ยงสูงที่อาจก่อให้เกิดผลขาดทุนอย่างมีนัยสำคัญ จึงไม่เหมาะสมกับนักลงทุนทุกคน ทั้งนี้ ก่อนการตัดสินใจซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล ท่านควรพิจารณาถึงฐานะทางการเงิน วัตถุประสงค์ในการลงทุน ประสบการณ์ในการลงทุนของท่าน ตลอดจนความเสี่ยงที่ท่านสามารถยอมรับได้อย่างรอบคอบ เนื่องจากมีความเป็นไปได้ที่ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนทั้งหมด ท่านควรพิจารณาถึงความเสี่ยงทั้งหมดที่อาจเกิดขึ้นจากการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล และท่านควรตัดสินใจลงทุนด้วยตนเอง


รายงาน: ihatetruffles

เรียบเรียง: ihatetruffles

อ้างอิง:https://cointelegraph.com/news/crypto-takeaways-davos-politics-money-collide

0 โหวต


0 ความคิดเห็น